บทที่ 9 บท 7.1

“แม่จ๋า หนูมีคำถาม”

“อะไรล่ะ”

“แม่จ๋ามั่นใจได้ไงว่าพ่อจ๋ามีแฟนแล้ว”

“แล้วมันเรื่องอะไรที่ฉันต้องคอยมาไขความข้องใจให้พวกนายด้วย” หลังเห็นว่าเฉาก๊วยกำลังทำหน้าสงสัยคล้ายเจ้าตัวอยากรู้อยากเห็นเรื่องของผู้ใหญ่มาก ชิลินจึงอดไม่ได้ที่จะเย้าแหย่กลับไปแบบนั้น จนทำให้เฉาก๊วยมีอาการหน้าเง้าหน้างอหนักกว่าเดิม เมื่อเจ้าตัวกำลังทำตัวเป็นนักสืบจิ๋วอยู่

“แม่จ๋าอย่าแกล้งคับ” เฉาก๊วยที่หันมาเจอรอยยิ้มจาง ๆ ของชิลินบอกเขาเสียงงอแง นาทีเดียวกันนมสดที่นั่งอยู่อีกข้างหนึ่งของชิลินก็ชะโงกหน้าเพ่งสายตามองมายังหน้าจอโทรศัพท์ของเขาอย่างให้ความสนใจ หลังตอนนี้ชิลินกำลังเปิดดูสื่อโซเชียลของเจ้าสมุทรอยู่

“แล้วไหนแฟนว่าที่พ่อจ๋าของพวกเลาอ่า หนูยังม่ายเห็นเลย” คราวนี้นมสดเป็นฝ่ายถามชิลินบ้าง

“สมัยนี้เขาไม่เปิดเผยกันหรอก ของแบบนี้ต้องไปสืบเองต่างหาก”

“งั้นแม่จ๋าหั้ยหนูไปสืบหั้ยม๊ะ” เฉาก๊วยที่ได้ยินแบบนั้นรีบขันอาสาทันที

“หนูด้วย! หนูขอไปสืบด้วย!” นมสดขอมีส่วนร่วมกับพี่ชาย ซึ่งแก๊งกุมารก็คงจะมองว่ามันเป็นเรื่องสนุก ทั้งคู่ถึงได้เสนอตัวโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน

“ไม่ต้องเลย เดี๋ยวก็ไปทำอะไรแปลก ๆ ให้เขากลัวอีก” ชิลินปฏิเสธความหวังดีของแก๊งกุมารอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน

“ม่ายโป๊ะแล้ว แม่จ๋าไว้ใจหนูได้เลย!” เฉาก๊วยเอ่ยกลับมา เหมือนอยากให้ชิลินเชื่อใจแก๊งกุมารดูสักครั้ง

“ไม่เอา” ชิลินยังคงส่ายหน้าปฏิเสธกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเช่นเดิม

“ทำไมอ่าแม่จ๋า หนูม่ายเข้าใจจิง ๆ” นมสดเอ่ยถามกันทั้งคิ้วขมวดแล้วพูดต่อ  “ถ้าเกิดพ่อจ๋าเป็นชายโฉด แม่จ๋าจะได้จีบไงแล้วก้อรักกัน ๆ ทินี้พวกหนูก้อจะได้ไปเกิดสักทีไง”

“ชายโสดต่างหาก นายช่วยออกเสียงให้ชัด ๆ ซิ” ชิลินที่มีอาการย่นคิ้วเข้าหากันตั้งแต่นมสดบอกว่าเจ้าสมุทรเป็นชายโฉดรีบแก้ไขคำพูดให้ใหม่

“ชายโฉด”

“โสด”

“ชายโฉดดดด”

“ฉันบอกให้แก้เสียงไม่ได้บอกให้พูดเสียงดังโว๊ย นี่นายเป็นเด็กฟันหลอหรือไง?” ชิลินไม่พูดเปล่า แต่เขายังใช้มือเปิดปากของนมสดตั้งใจจะดูฟันน้ำนมของอีกฝ่ายด้วย เพื่อที่นาทีต่อมาเขาจะได้พบว่าฟันหน้าทั้งสองซี่ซึ่งเป็นฟันกระต่ายมันหายไป

“เป็นเด็กฟันหลอจริง ๆ ด้วยแฮะ” เขาที่ไม่เคยสังเกตฟันหน้าของนมสดมาก่อนพึมพำเสียงแผ่ว พร้อมผละมือออกมาทันที

“หนูเองก้อฟันหลอเหมือนกันน้า” เฉาก๊วยไม่พูดเปล่า แต่เจ้าตัวยังอ้าปากให้ชิลินมองฟันตัวเองที่หายไปเหมือนอย่างน้องชายด้วย

“แม่จ๋าดูฟันหนูบ้างซี่!” เฉาก๊วยที่เห็นว่าชิลินผละสายตาออกไปอย่างรวดเร็วบอกกันอีกครั้ง

“ฉันเห็นแล้วน่าว่านายเองก็เป็นเด็กฟันหลอน่ะ” ชิลินเอ่ยกลับไปด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ ก่อนที่วินาทีต่อมาเขาจะยกโทรศัพท์ขึ้นมากดอีกครั้ง เมื่อชิลินเปิดหน้าแอคเคานท์ของเจ้าสมุทรค้างเอาไว้ แต่เขายังไม่ได้เลื่อนดูความเคลื่อนไหวในสื่อโซเชียลของอีกฝ่ายในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้เลย

มันกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับชิลินไปเสียแล้วที่เขามักจะดูความเคลื่อนไหวของเจ้าสมุทรผ่านสื่อโซเชียลของอีกฝ่ายทุก ๆ สามถึงสี่วัน และเขาก็ไม่เคยคิดที่จะเป็นหนึ่งในผู้ติดตามหรือกดส่งคำขอเป็นเพื่อนไปให้เจ้าสมุทรในแพลตฟอร์มอื่นเลย ต่อให้เพื่อนเกือบทุกคนในสาขาของเขาจะมีเจ้าสมุทรเป็นหนึ่งในผู้ติดตามก็ตาม

โชคดีที่เจ้าสมุทรเป็นคนดังของมหาลัย ถึงเจ้าตัวจะไม่ได้เป็นดาราจนถึงขั้นมีถ่ายละครหรือมีผลงานกับช่องใหญ่ แต่เจ้าสมุทรก็ถือว่าดังในหมู่นักศึกษาด้วยกันมาก ซึ่งความดังเหล่านั้นก็ทำให้เจ้าตัวมีงานถ่ายโปรโมตสินค้าให้เห็นพอประปราย และการที่เจ้าสมุทรมีงานถ่ายโปรโมตอะไรทำนองนี้ก็ทำให้แพลตฟอร์มออนไลน์ของเจ้าสมุทรถูกเปิดเป็นสาธารณะทั้งหมด

ชิลินจึงสามารถรับรู้ความเป็นไปของอีกฝ่ายได้ ต่อให้เขาจะไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ติดตามของเจ้าสมุทรก็ตาม

“อ้าว ยังไม่มีรูปใหม่เลยเหรอ” หลังลองเลื่อนดูรูปต่าง ๆ และไม่เห็นว่าเจ้าสมุทรจะมีการลงรูปใหม่ใด ๆ นอกเสียจากสตอรี่ส่วนตัวที่เจ้าตัวมักอัพเดตแบบสั้น ๆ ให้ดูเกือบทุกวันอยู่แล้ว ชิลินจึงพูดออกมาแบบนั้น โดยที่มีเฉาก๊วยนมสดคอยเป็นผู้สังเกตการณ์นั่งมองอยู่ข้าง ๆ กัน

“แม่จ๋าเสียใจหยอ” เฉาก๊วยที่สัมผัสได้ถึงความหงอยของชิลินผ่านน้ำเสียงของเขาเอ่ยถามกันอย่างให้ความสนใจ

“เปล่าหรอก” ชิลินส่ายหน้าปฏิเสธแล้วเตรียมจะกดออกจากหน้าแพลตฟอร์มออนไลน์ของเจ้าสมุทร ทว่าก่อนที่เขาจะได้ทำแบบนั้น เสียงของนมสดก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“แล้วตงสี ๆ มันคืออะไรหยอแม่ ม่ายกดเข้าไปอะ”

“ถ้ากดเข้าไปตรงนี้ เขาก็รู้หมดสิว่าเรามาดู”

“หืม พ่อจ๋าจะรู้อยู่หยอแม่ คนติดามเขาตั้งแยะ” เฉาก๊วยทักท้วงกลับมา

“ก็จริงของนาย” ชิลินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เนื่องจากคนติดตามเจ้าสมุทรมีเป็นแสนคน นั่นจึงไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วที่อีกฝ่ายจะมานั่งเช็กสตอรี่ของตัวเองว่ามีใครกดดูบ้าง

“ไม่ล่ะ… ฉันไม่อยากเสี่ยงเท่าไร ไม่เอาดีกว่า” ในวินาทีที่ชิลินตั้งใจจะกดดูสตอรี่ของเจ้าสมุทร เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่มาสนใจคนดูสตอรี่ตัวเอง จังหวะนั้นชิลินก็ชะงักปลายนิ้วของตัวเองไปเสียก่อน เมื่อจู่ ๆ เขาก็เกิดกลัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ซึ่งความกลัวเหล่านี้มันก็ดูเป็นเรื่องที่ค่อนข้างหลงตัวเองอยู่พอสมควร

“หนูว่าพ่อจ๋าไม่รู้หรอกแม่” นมสดบอก คล้ายเจ้าตัวเล็กก็อยากรู้อยากเห็นความเป็นไปของเจ้าสมุทรพอ ๆ กับชิลิน

“จิง แม่จ๋าเปิดดูเถอะ ม่ายโป๊ะหรอก” เฉาก๊วยร่วมด้วยช่วยผสมโรงกับน้องชายตัวเองพร้อมนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์ของชิลินทั้งคิ้วขมวด

“แล้วตกลงฉันต้องเชื่อพวกนายเหรอ?” ชิลินถามแก๊งกุมาร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป